อยู่กับความไม่แน่นอนยังไง ให้ใจไม่พัง

เคยไหม นอนไม่หลับเพราะคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
งานจะมั่นคงไหม ความสัมพันธ์จะไปรอดไหม ผลตรวจสุขภาพจะออกมายังไง ปีหน้าจะเป็นแบบไหน
คำถามพวกนี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือไม่มีใครตอบได้ แม้แต่คนที่เก่งที่สุดในโลก
และนั่นแหละที่ทำให้ใจเราเหนื่อย เพราะใจชอบความชัดเจน แต่ชีวิตไม่ค่อยให้
ความไม่แน่นอนไม่ใช่ความผิดปกติ
เวลาชีวิตปั่นป่วน เรามักรู้สึกว่ามีอะไรผิดพลาด เหมือนชีวิตคนอื่นนิ่งหมด มีแต่ของเราที่โยกเยก
แต่ความจริง ความไม่แน่นอนคือสภาพปกติของทุกชีวิต แค่บางช่วงมันซ่อนตัวเก่ง จนเราเผลอคิดว่าทุกอย่างมั่นคง
หลวงพ่อชา สุภัทโท มีคำสอนสั้นๆ ที่ลูกศิษย์จำได้ขึ้นใจ คือคำว่า "ไม่แน่" เจออะไรมากระทบ ท่านให้ระลึกว่า มันไม่แน่ มันไม่เที่ยง สุขก็ไม่แน่ ทุกข์ก็ไม่แน่
ที่ใจเราพัง มักไม่ใช่เพราะโลกไม่แน่นอน แต่เพราะเราไปยืมความมั่นคงจากสิ่งที่ไม่เคยรับปากเราเลย
พอเห็นแบบนี้ เราไม่ได้หมดหวัง ตรงกันข้าม เราเลิกแปลกใจ และคนที่เลิกแปลกใจ จะตั้งหลักได้ไวกว่า
แยกให้ออก อะไรคุมได้ อะไรคุมไม่ได้
วิธีที่เก่าแก่แต่ยังใช้ได้เสมอ คือหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น ขีดเส้นแบ่งกลาง
ฝั่งซ้าย เขียนสิ่งที่เราคุมได้จริง เช่น ทำงานวันนี้ให้ดี ออกกำลังกาย เก็บเงินสำรอง พูดดีๆ กับคนใกล้ตัว
ฝั่งขวา เขียนสิ่งที่คุมไม่ได้ เช่น เศรษฐกิจ การตัดสินใจของคนอื่น ผลลัพธ์ปลายทาง
แล้วสังเกตดู พลังใจของเราหมดไปกับฝั่งไหนมากกว่ากัน
ส่วนใหญ่ เราเทแรงเกือบทั้งหมดให้ฝั่งที่คุมไม่ได้ นั่นคือสูตรของความเหนื่อยที่ไม่ได้อะไรกลับมา
การย้ายแรงกลับมาฝั่งซ้าย ไม่ได้ทำให้อนาคตแน่นอนขึ้น แต่ทำให้วันนี้มีความหมายขึ้น และแปลกดี ที่พอวันนี้ดี ความกลัวเรื่องพรุ่งนี้ก็เบาลงเอง
เตรียมพร้อม โดยไม่ต้องหวาดระแวง
อยู่กับความไม่แน่นอน ไม่ได้แปลว่าปล่อยชีวิตตามยถากรรม
เก็บเงินสำรองก็ยังต้องเก็บ ดูแลสุขภาพก็ยังต้องทำ เรียนรู้ทักษะใหม่ก็ยังจำเป็น สิ่งเหล่านี้คือร่มที่เราพกไว้ ไม่ใช่เพราะมั่นใจว่าฝนจะตก แต่เพราะรู้ว่าฝนตกได้เสมอ
ความต่างอยู่ที่ใจ
คนหวาดระแวงพกร่มแล้วยังเงยหน้ามองฟ้าทั้งวัน คนที่พร้อมพกร่มแล้วเดินต่อ ชมวิวไปด้วย
เตรียมตัวให้เหมือนฝนจะตก แล้วใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้แดดดี
เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาถึงจริงๆ
บางครั้งสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริง ตกงานจริง สูญเสียจริง แผนพังจริง
ช่วงเวลาแบบนั้น ไม่มีเทคนิคไหนทำให้ไม่เจ็บ แต่ใจที่เคยฝึกอยู่กับความไม่แน่นอน จะล้มแบบคนที่รู้จักล้ม คือเจ็บ แต่ไม่แตกสลาย เพราะลึกๆ มันรู้อยู่แล้วว่าชีวิตเป็นแบบนี้ได้
เรื่องงานกับการเปลี่ยนแปลง เราเคยคุยกันยาวๆ ใน งานที่ใช่ หรือใจที่เปลี่ยน และถ้าสิ่งที่เผชิญคือการสูญเสีย ตอน ความตายสอนเรื่องการใช้ชีวิต อาจอยู่เป็นเพื่อนได้บ้าง
บทส่งท้าย
เราคงทำให้ชีวิตแน่นอนไม่ได้ แต่เราฝึกใจให้อยู่กับความไม่แน่นอนได้
เหมือนต้นไผ่ที่ลู่ตามลม ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะฉลาดพอจะไม่ฝืน
พายุผ่านไป ต้นที่แข็งทื่อหักก่อน ต้นที่โอนเอนได้ ยังอยู่
คืนนี้ ถ้าคำถามไร้คำตอบกลับมาอีก ลองบอกตัวเองเบาๆ ว่า ไม่รู้ก็ได้ ไม่แน่ก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ค่อยทำส่วนของเราต่อไป เท่าที่ทำได้ ก็พอแล้ว ระหว่างนั้น อย่าลืมเก็บ ความสุขเล็กๆ ระหว่างทาง ไปด้วย


